รามอส โชว์ความเป็นผู้นำ เร้าแข้งกระทิงรวมใจสู้เพื่อชาติ

เซร์คิโอ รามอส ปราการหลังกัปตันทีมชาติสเปน ปลุกเร้าเพื่อนร่วมทีมลืมเรื่องปวดหัวที่เกิดขึ้นก่อนแข่ง เพื่อลงสนามนัดแรกศึก ฟุตบอลโลก 2018 ด้วยความมั่นใจ ขณะเดียวกันก็เชื่อว่า เฟร์นานโด เอียร์โร กุนซือคนใหม่จะนำพาทีมไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้

ขุนพลแข้ง “กระทิงดุ” ต้องพบการเปลี่ยนแปลงไม่ทันตั้งตัวเมื่อ ฆูเลน โลเปเตกี ถูกปลดจากเก้าอี้กุนซือแบบฟ้าผ่าทั้งที่เป็นคนที่ปั้นทีมมาถึงรอบสุดท้ายที่ รัสเซีย เพราะดอดไปรับงานคุม เรอัล มาดริด แบบผิดมารยาท ก่อนที่ เอียร์โร จะถูกเรียกตัวมาสานงานต่อ

ท่ามกลางความระส่ำระสายภายในทีม รามอส ที่เป็นตัวแทนแถลงข่าวก่อนโม่แข้งเจอ โปรตุเกส นัดแรกวันที่ 15 มิถุนายน ก็พูดปลุกใจเพื่อนร่วมทีมทุกคนให้กลับมามีสมาธิกับภารกิจที่อยู่เบื้องหน้า และกล่าวสนับสนุนกุนซือ “ลา โรฆา” ด้วยความเชื่อมั่น

รามอส เผยว่า “เราต้องเดินหน้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ มันไม่ใช่เวลาคร่ำครวญ ฆูเลน คือส่วนหนึ่งของ เวิลด์ คัพ ครั้งนี้ก็จริง แต่ สเปน ต้องมาก่อนเหนืออื่นใด เราต้องลืมเรื่องนี้แล้วกลับมามุ่งสมาธิกับงานของเราใน เวิลด์ คัพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของทุกคน”

“ความจริงคือมันจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย เราเองก็มีเวลาไม่มาก แต่ก็มีไอเดียในหัวชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้นจะไม่เปลี่ยนอะไรมากมาย ทุกคนคงรู้กันอยู่แล้วว่าคอนเซปต์และสไตล์ของเราเป็นอย่างไร ไว้มาดูกัน” กัปตันทีม กล่าว”

โลเปเตกี โผล่เปิดตัวกับราชัน รับเจ็บปวดโดนเด้งพ้นทีมชาติ

ฆูเลน โลเปเตกี กุนซือชาวสแปนิช เดินทางเข้ารับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของ เรอัล มาดริด อย่างเป็นทางการ หลังตกงานจากตำแหน่งนายใหญ่ทีมชาติสเปน แบบแผลไม่ทันตกสะเก็ด ก่อนยอมรับรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ไม่ได้พาชาติบ้านเกิดลุยศึกฟุตบอลโลก

โลเปเตกี เดินทางกลับมาที่ มาดริด ภายหลังถูกเขี่ยพ้นเก้าอี้กุนซือทัพกระทิงดุ เพราะเซ็นสัญญาคุม “ราชันชุดขาว” ก่อน เวิลด์ คัพ นัดแรกที่รัสเซีย เปิดฉากซึ่งเป็นเรื่องผิดมารยาท จากนั้นก็มาพบกับ ฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานสโมสร มาดริด และเปิดตัวคุมทีมเรียบร้อย

อดีตนายประตูของ มาดริด เซ็นสัญญา 3 ปี สืบทอดตำแหน่งของ ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือที่พาทีมหยิบถ้วย ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก สมัย 13 โดยกล่าวว่า “เมื่อวานนี้ (วันที่ถูกปลด) เป็นวันที่ผมเศร้าที่สุดในชีวิตเหมือนวันที่แม่ผมจากโลกนี้ไป แต่วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขมากๆ”

แม้จะยอมรับว่าผิดหวังที่ไม่ได้คุม “กระทิงดุ” จนจบรายการที่ รัสเซีย แต่ก็เชื่อมั่นว่านักเตะทุกคนพร้อมช่วยกันทำภารกิจล่าแชมป์โลกสมัย 2 ให้สำเร็จได้ “ทุกคนยังสบายดี เราคือหนึ่งในทีมที่มีการซ้อมเข้มข้นที่สุด พวกเขาทำได้สมบูรณ์แบบแล้ว

โด้ สุดฮอตกดแฮตทริกกู้ชีพ พาฝอยทองตามเจ๊ากระทิงดุสุดมันส์

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์แห่ง โปรตุเกส ฉายบทพระเอกกดแฮตทริคช่วยให้ “ฝอยทอง” รอดตายแบ่งแต้มกับ สเปน 3-3 ในช่วงท้ายเกมแบบสุดมัน ในเกมแรกของกลุ่มบี ศึกฟุตบอลโบก 2018 ที่รัสเซีย คืนวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ฟุตบอลโลก 2018
โปรตุเกส 3-3 สเปน

บิ๊กแมตช์ของกลุ่ม B สเปน แชมป์โลกปี 2010 ลงสนาม ฟิชต์ โอลิมปิก สเตเดียม เจอ โปรตุเกส แชมป์ยูโร 2016 เกมนี้ ดิเอโก กอสต้า ปักหลักเป็นหัวหอก “กระทิงดุ” มี ดาบิด ซิลบา, อิสโก้ และ อันเดรส อิเนียสต้า สนับสนุนการจ่าย ส่วน “ฝอยทอง” นำทัพโดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ บัลลง ดอร์

เปิดเกมแค่ 3 นาที โปรตุเกส ได้จุดโทษเมื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถูกสกัดล้มกลิ้งแล้วก็ลุกมาสังหารผ่าน ดาบิด เด เคอา เข้าไปไม่พลาด 1-0 ต่อมา นาที 22 โปรตุเกส เกือบได้เม็ดสอง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สปีดกงล้อขึ้นทางซ้ายแล้วตบบอลให้ กอนซาโล กัวเดส เตรียมซัดแต่ชักช้าเจอกองหลังแซะทิ้งก่อน

ทว่า นาที 23 สเปน ที่บุกได้มากขึ้นก็ตีเสมอสำเร็จ ดิเอโก กอสต้า เอาชนะแผงหลังหลอกล่อ 2 จังหวะแล้วซัดเสียบเสางามๆ 1-1 จากนั้น “กระทิงดุ” ถาโถมใส่อย่างหนักเพื่อเอาเพิ่มแต่ นาที 44 โปรตุเกส ขึ้นนำอีกรอบ กอนซาโล กัวเดส ดูดบอลแล้วป้ายระยะประชิดให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กดเต็มข้อชนิด ดาบิด เด เคอา ซองแตก 2-1 และจบครึ่งแรกไปเลย

ครึ่งหลัง กระทิงดุ สู้จนนาที 54 ตีเสมออีกครั้ง บอลเข้าเขตโทษ เซร์จี บุสเกสต์ โขกให้ ดิเอโก กอสต้า พุ่งมาชาร์จ 2-2 และ นาที 55 ทีมของ เฟร์นานโด เอียร์โร แซงนำจนได้เมื่อ นาโช เฟร์นานเดซ วิ่งมาประจำการแถวสองแล้ววอลเลย์เต็มเท้าบอลชิ่งเสาแรกเด้งเข้าไปแบบสุดปัญญา รุย พาทริซิโอ ป้องกัน 3-2

ท้ายเกม นาที 88 โปรตุเกส ได้ลุ้นเสียวๆจากฟรีคิกระยะ 28 หลาหวังผล คริสเตียโน่ โรนัลโด้ วางบอลแล้วซัดข้ามกำแพงมุดคานอย่างสวยงาม 3-3 และนั่นก็เป็นฉากสุดท้ายที่มีประตูเกิดขึ้น จบเกม เสมอแบ่งแต้มแบบสุดมันหยด นัดหน้า โปรตุเกส เจอ โมร็อคโค ส่วน สเปน เจอ อิหร่าน สองเกมนี้เตะ 20 มิถุนายน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
โปรตุเกส – รุย พาทริซิโอ, โชเซ่ ฟอนเต้, เปเป้, ราฟาเอล เกอร์เรโร่, เซดริค โซอาเรส, วิลเลียม คาร์วัลโญ, เจา มูตินโญ, บรูโน เฟอร์นานเดส, แบร์นาร์โด ซิลวา, กอนซาโล กัวเดส, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

สเปน – ดาบิด เด เคอา, เซร์คิโอ รามอส, เคราร์ด ปิเก้, ฆอร์ดี อัลบา, นาโช, เซร์จี บุสเกสต์, อันเดรส อิเนียสต้า, โกเก้, อิสโก้, ดิเอโก กอสต้า, ดาบิด ซิลบา

ตราไก่หืดจับ โกลไลน์ช่วยชีวิตเชือดออสซี่ ประเดิมสามแต้มแรก

“พอล ป็อกบา” สวมบทฮีโร่พังประตูชัยในช่วงท้ายเกมพร้อมได้เทคโนโลยี โกลไลน์ช่วยให้ขุนพลตราไก่ไล่เบียดเอาชนะ ออสเตรเลีย ไปแบบหวุดหวิด 2-1 ประเดิมเก็บสามแต้มในศึกฟุตบอลโลกได้สำเร็จแบบหืดจับ

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ประจำวันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน 2561 โดยในกลุ่ม ซี ที่สนามคาซาน อารีนา เป็นการปะทะกันระหว่างขุนพล “ตราไก่” ทีมชาติฝรั่งเศส พบกับ “ซอคเกอร์รูส์” ทีมชาติออสเตรเลีย

เปิดฉากครึ่งแรกไปได้ 5 นาที ฝรั่งเศสที่มีโอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ อองตวน กรีซมันน์ อัดด้วยขวาจากนอกกรอบ แต่นายทวารออสเตรเลียยังรับเอาไว้ได้

นาที 16 ออสเตรเลียมีลุ้นเช่นกัน เมื่อ แมทธิว เลกกี้ ขึ้นโขกบอลไปแฉลบขาผู้เล่นฝรั่งเศสเกือบเปลี่ยนทางเข้าประตู แต่ ฮูโก ยอริส ยังพุ่งปัดเอาไว้ได้ทัน

จากนั้นแม้ขุนพลตราไก่จะเป็นฝ่ายครองบอลบุกได้มากกว่า แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่มีโอกาสเจาะตาข่ายแบบจะแจ้ง ทำให้เสมอกันอยู่ในครึ่งแรก 0-0

ครึ่งหลังในนาที 57 ฝรั่งเศสก็มาได้จุดโทษ หลังผู้ตัดสินดูภาพช้าจาก VAR ในจังหวะที่ อองตวน กรีซมันน์ โดนรวบล้มในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ กรีซมันน์ จะลุกขึ้นมาสังหารไม่พลาด ช่วยให้ทีมตราไก่ขึ้นนำ 1-0

แต่ถัดมาอีกแค่ 4 นาที ออสเตรเลียก็มาได้จุดโทษเช่นกัน เมื่อ ซามูเอล อุมติตี ทำแฮนด์บอลในเขตโทษ และเป็น ไมล์ เยดินัค รับอาสาตะบันตุงตาข่าย ทัพนักเตะจากแดนจิงโจ้ตีเสมอ 1-1

กระทั่งนาที 81 ทีมตราไก่ก็มาได้ประตูชัยเป็น 2-1 เมื่อ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ทำชิ่งสั้นให้กับ พอล ป็อกบา ดีดด้วยขวาข้ามหัวนายทวารออสเตรเลียเช็ดคานบนเข้าไป

จบเกม ฝรั่งเศส ไล่เบียดเอาชนะ ออสเตรเลีย ไปแบบสุดหืด 2-1 เก็บสามแต้มประเดิมศึกฟุตบอลโลก 2018 ได้สำเร็จ.

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม

ทีมชาติฝรั่งเศส : ฮูโก ยอริส(GK), แบ็งฌาแมง ปาวาร์ด, ราฟาเอล วาราน, ซามูเอล อุมติตี, พอล ป็อกบา, อองตวน กรีซมันน์, คีเลียน เอ็มบัปเป, อุสมาน เดมเบเล, โกร็องแตง โตริสโซ, เอ็นโกโล ก็องเต, ลูคัส เอร์นันเดซ

ทีมชาติออสเตรเลีย: แมตต์ ไรอัน(GK), มาร์ค มิลิแกน, แมตต์ เลกกี้, ร็อบบี ครูส, แอนดรูว์ นับบูต์, อารอน มอย, ไมล์ เยดินัค, อาซิช เบฮิช, โจชัว ริสดอน, เทรนต์ เซนต์สบิวรี, ทอม โรกิช

เมสซี บอดโทษ ฟ้าขาวได้แค่เจ๊าไอซ์แลนด์ เก็บได้แค่แต้มเดียว

อาร์เจนตินา เปิดฉาก ฟุตบอลโลก 2018 อย่างน่าผิดหวังเมื่อทำได้เพียงเสมอ ไอซ์แลนด์ น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ 1-1 ขณะที่ ลิโอเนล เมสซี ได้โอกาสสังหารจุดโทษให้ “ฟ้า-ขาว” ลุ้นชัยแต่ยิงไม่เข้า

ฟุตบอลโลก 2018
อาร์เจนติน่า 1-1 ไอซ์แลนด์

เกมนัดแรกของกลุ่ม D อาร์เจนติน่า แชมป์โลก 2 สมัย ฟาดแข้งพบ ไอซ์แลนด์ ที่เข้ามาเล่นรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เกมนี้ “ฟ้า-ขาว” ส่งหอกพระกาฬ ลิโอเนล เมสซี จับคู่ เซร์คิโอ อกูเอโร มี อังเคล ดิ มาเรีย คุมแดนกลาง ส่วน ไอซ์แลนด์ มี กิลฟี ซิกูร์ดสสัน เป็นความหวังสร้างสรรค์เกมบุก

เปิดเกมมา 8 นาที อาร์เจนติน่า หวิดขึ้นนำ ลิโอเนล เมสซี โยนเข้าเสาไกลให้ นิโคลัส ทาเกลียฟิโก ขวิดย้อนหลังแต่หลุดเสานิดเดียว แต่แล้ว นาที 19 ประตูที่ต้องการก็มาถึง เซร์คิโอ อกูเอโร่ ส้มหล่นได้บอลเข้าเท้าในเขตโทษแล้วตวัดยิงเสียบสามเหลี่ยมแบบเฉียบคมนำ 1-0

ไอซ์แลนด์ สู้อยู่พักหนึ่งจน นาที 23 ก็ทวงคืนได้ วิลลี กาบาเยโร ปัดลูกยิงของ กิลฟี ซิกูร์ดสสัน แต่ดันเข้าทางปืน อัลเฟรด ฟินโบกาสัน แปซ้ำเข้า 1-1 ข้ามมา นาที 44 ไอซ์แลนด์ เกือบพลิกนำ กิลฟี ซิกูร์ดสสัน เลื้อยมาทางด้านซ้ายตัดมาแล้วแปไปเสาไกลแต่ วิลลี กาบาเยโร ปัดสุดปลายมือ จบครึ่งแรกเสมอคนละเม็ด

ครึ่งหลัง นาที 48 อาร์เจนตินา โจมตีลูกกลางอากาศ อังเคล ดิ มาเรีย โยนโด่งเข้าไปแล้ว นิโคลัส โอตาเมนดี โหม่งแต่ไม่เข้าเป้า กระทั่ง นาที 63 โอกาสทอง “ฟ้า-ขาว” มาถึงเมื่อ มักซิมิเลียโน เมซา เจอกระแทกล้ม ลิโอเนล เมสซี อุ้มบอลมาสังหารทว่า ฮานส์ ฮัลลาดอร์สสัน เดาถูกพุ่งเซฟช่วยชีวิตน้องใหม่ได้

นาที 81 แชมป์โลก 2 สมัย บุกหนักหน่วงเพื่อเอาประตูให้ได้ ลิโอเนล เมสซี ล็อกเข้าซ้ายแล้วซัดระยะหวังผลแต่ไม่มีดวงบอลหลุดเสานิดเดียว สุดท้ายไม่มีประตูอีกแล้ว จบเกม เสมอแบ่งแต้มแบบกองเชียร์ “ฟ้า-ขาว” เสียใจ นัดต่อไป อาร์เจนติน่า ดวล โครเอเชีย วันที่ 21 มิถุนายน ขณะที่ ไอซ์แลนด์ เจอ ไนจีเรีย วันที่ 22 มิถุนายน ถัดไป

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
อาร์เจนติน่า – วิลลี กาบาเยโร, มาร์กอส โรโฮ, นิโคลัส โอตาเมนดี, นิโคลัส ทาเกลียฟิโก, เอดูอาร์โด ซัลวิโอ, ลูคัส บิเกลีย, ฮาเวียร์ มาสเชราโน่, อังเคล ดิ มาเรีย, มักซิมิเลียโน เมซา, ลิโอเนล เมสซี

ไอซ์แลนด์ – ฮานส์ ฮัลลาดอร์สสัน, รากนาร์ ซิกูร์ดสสัน, คารี อาร์นาสัน, ฮอร์ดูร์ แม็กนุสสัน, เบอร์เกียร์ เซวาสสัน, เอมิล ฮัลเฟรดสัน, อารอน กุนนาร์สัน, เบอร์เกีย บาร์นาสัน, โยฮันน์ กุดมันสสัน, อัลเฟรด ฟินโบกาสัน, กิลฟี ซิกูร์ดสสัน

โครแอต อัด อินทรีมรกตสบายๆเก็บสามแต้มขึ้นจ่าฝูงกลุ่ม D

ลูกา โมดริช แนวรุกของ โครเอเชีย ซัดจุดโทษสำคัญก่อนพาพลพรรค “ตาหมากรุก” กำชัยเหนือ ไนจีเรีย 2-0 ประเดิม 3 แต้มนำเป็นจ่าฝูงกลุ่ม D ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย

ฟุตบอลโลก 2018
โครเอเชีย 2-0 ไนจีเรีย

เกมนัดแรกอีกคู่ของกลุ่ม D สองทีมขาประจำ เวิลด์ คัพ โครเอเชีย ลงปะทะ ไนจีเรีย เกมนี้ “โครแอต” ส่งตัวที่ดีที่สุดลงครบ อิวาน เปริซิช, ลูกา โมดริช, อิวาน ราคิติช และ มาริโอ มานด์ซูคิช ซัดประตู ส่วน “อินทรีมรกต” ไม่น้อยหน้าให้ โอเดียน อิกาโล ยืนเป้าแล้วมี จอห์น โอบี มิเกล, วิคเตอร์ โมเซส และ อเล็กซ์ อิโวบี ช่วยปั้นเกม

ช่วงแรกยังหนืดๆจน นาที 14 โครเอเชีย ทำเสียวก่อนเลย มาริโอ มานด์ซูคิช คืนหลังให้ อิวาน เปริซิช เติมมาซัดคานเต็มเท้าแต่ข้ามคาน ต่อมา นาที 20 ไนจีเรีย มีสวน วิคเตอร์ โมเซส จ่ายเข้าทาง โอเดียน อิกาโล่ กดด้วยขวาแต่ก็ยังไม่เข้าเป้า

โครแอต ค่อยๆต่อบอลมาจน นาที 32 ก็นำจนได้ มาริโอ มานด์ซูคิช ลอยตัวโหม่งแต่มีดวงไปแฉลบขา โอเกเนคาโร่ เอเตโบ้ เข้าประตูตัวเอง 1-0 ส่วน ไนจีเรีย นาที 44 จะทวงคืน วิคเตอร์ โมเซส รับบอลจาก อเล็กซ์ อิโวบี แต่ยังยิงบอลข้ามคาน จบครึ่งแรก “ตาหมากรุก” นำ 1 ลูก

ครึ่งหลัง อินทรีมรกต ไม่ยอมแพ้ นาที 59 ไบรอัน อิโดวู เปิดมา โอเดียน อิกาโล โหม่งแต่ยังติดเซฟ ดาเนียล ซูบาซิช แต่แล้ว นาที 69 โครแอต มาได้จุดโทษหลัง มาริโอ มานด์ซูคิช เจอโดดล็อคคอร่วงลงไปก่อนที่ ลูกา โมดริช สังหารเข้าเป้าพาทีมหนีเป็น 2-0

ไนจีเรีย พยายามทวงคืนในเวลาที่เหลือแต่ทำไม่ได้ จบเกม พลพรรค “ตาหมากรุก” เก็บชัยชนะประเดิมรายการ และขึ้นไปอยู่อันดับ 1 ของกลุ่ม D เต็มภาคภูมิ นัดสองจะเจองานหนักกับ อาร์เจนติน่า วันที่ 21 มิถุนายน ส่วน ไนจีเรีย แก้ตัวเจอ ไอซ์แลนด์ วันที่ 22 มิถุนายน นี้

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
โครเอเชีย – ดาเนียล ซูบาซิช, โดมากอจ วิดา, เดยัน ลอฟเรน, อิวาน สตรินิช, ซิเม เวอร์ซัลโก, อันเดรจ ครามาริช, ลูกา โมดริช, อิวาน ราคิติช, มาริโอ มานด์ซูคิช, อันเต เรบิช, อิวาน เปริซิช

ไนจีเรีย – ฟรานซิส อูโซโฮ, ลีออน บาโลกัน, วิลเลียม เอกอง, ไบรอัน อิโดวู, อับดุลลาฮี เชฮู, จอห์น โอบี มิเกล, โอเกเนคาโร่ เอเตโบ้, วิลเฟรด เอ็นดิดี, โอเดียน อิกาโล, วิคเตอร์ โมเซส, อเล็กซ์ อิโวบี

เมสซี ยืดอกรับซัดโทษพลาดลั่นขอพาฟ้าขาวอัดโครแอตแก้ตัว

ลิโอเนล เมสซี กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่า รับไม่มีคำแก้ตัวใดๆหลังยิงจุดโทษสำคัญพลาด จนทำให้ชาติบ้านเกิดได้เพียงแค่เสมอ ไอซ์แลนด์ 1-1 นัดแรกศึก ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ก่อนวางเป้าแก้ตัวด้วยการนำทีมเอาชนะ โครเอเชีย นัดต่อไป

เกมนัดแรกของกลุ่ม D พลพรรค “ฟ้า-ขาว” เปิดหัวปะทะ ไอซ์แลนด์ น้องใหม่ที่มาเล่น ฟุตบอลโลก เป็นครั้งแรก โดยครึ่งหลัง เมสซี กัปตันทีมมีโอกาสสังหารจุดโทษให้ทีมได้ 3 แต้ม แต่สุดท้ายกลับยิงไปติดเซฟ ฮานส์ ฮัลดอร์สัน สุดท้ายจบเกมเสมอแบ่งแต้ม

ความผิดหวังจากแฟนบอล ถาโถมเข้าใส่ดาวยิง บาร์เซโลน่า เข้าอย่างจัง ชนิดที่เจ้าตัวก็ก้มหน้ารับความผิดพลาดทั้งที่มีโอกาสยิงในกรอบถึง 11 ครั้ง แต่ก็ไม่สามารถเอาชื่อตัวเองขึ้นบนสกอร์บอร์ดได้

แข้งหมายเลข 10 กล่าวว่า “มันอยากสำหรับเรา ไม่ง่ายเลยที่จะสู้เมื่อพวกเขากลับลงมาเร็วมาก และการพลาดจุดโทษคือสิ่งที่เจ็บปวด รู้สึกว่าผมต้องรับผิดชอบ เราสมควรเป็นผู้ชนะ แต่เราก็ต้องควบคุมตัวเองไม่ให้เศร้าเสียใจ”

ส่วนเกมหน้าที่จะพบ โครเอเชีย ที่กำชัยนัดแรกแล้วขึ้นไปเป็นจ่าฝูงแล้ว ดาวเตะวัย 30 ปี ก็มุ่งมั่นจะแก้ตัว “มันแค่เพิ่งเริ่มต้นและเรารู้ดีว่ามันไม่ง่าย แต่เราก็พัฒนาขึ้นมาเยอะแล้ว และเราก็จะบุกไปเอาชนะ โครเอเชีย”

โคลารอฟ ซัดฟรีคิกพาเซิร์บเก็บชัยเหนือคอสตาริกา ประเดิมสามแต้ม

เซอร์เบีย ประเดิมเก็บ 3 คะแนนตั้งแต่เกมแรกของศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย หลังได้ทีเด็ดจาก อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ซัดฟรีคิกเท้าซ้ายคมกริบเฉือนชนะไปแบบหวุดหวิด 1-0
ฟุตบอลโลก 2018
คอสตา ริก้า 0-1 เซอร์เบีย
เกมคู่แรก นัดแรกของกลุ่ม E คอสตา ริก้า ลงสนามที่ คอสมอส อารีนา เจอกับ เซอร์เบีย เกมนี้ คอสตา ริก้า ใช้ เซลโซ บอร์เกส คุมแดนกลางแล้วให้ ไบรอัน รุยซ์ กับ มาร์โก อูเรน่า ยืนหอกหน้า ส่วน เซอร์เบีย มี อเล็กซานเดอร์ มิโตรวิช หน้าเป้าแล้ว เซอร์เกต มิลินโควิช-ซาวิช ทำเกม
เปิดเกมมา 3 นาที คอสตา ริก้า ทักทายก่อนเลย ออสการ์ ดูอาร์เต้ วางโด่งเข้ามา จานคาร์โล กอนซาเลซ โหม่งแต่เข้ามือ วลาดิเมียร์ สตอยโควิช ขณะที่ นาที 12 คอสตา ริก้า เล่นลูกกลางอากาศอีกรอบ ดาวิด กัซแมน โยนเข้าไปหา จานคาร์โล กอนซาเลซ โขกโล่งๆทว่าข้ามคาน
นาที 27 เซอร์เบีย มีโอกาส เซอร์เกจ มิลินโควิช-ซาวิช ดูดบอลลงในเขตโทษก่อนยิงออกข้างเฉย ตัดมาฝั่ง คอสตา ริก้า บุกมากกว่าเยอะ นาที 42 ฟรานซิสโก คัลโว เติมมาทางฝั่งซ้ายแต่ดันยิงเข้าข้างตาข่าย จบครึ่งแรก เสมอ 0-0 แบบไม่ควรจะเป็น
ครึ่งหลัง นาที 51 เซอร์เบีย ทำโอกาสหลุดลอยอีกรอบ อเล็กซานโดร มิโตรวิช หลุดเดี่ยวแต่ยิงติดขา เคย์เลอร์ นาบาส กระทั่ง นาที 57 พลพรรคแข้งเซิร์บ ขึ้นนำจนได้จากฟรีคิกระยะเยื้องออกซ้าย อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ อัดซ้ายข้างถนัดเบียดเสาตุงตาข่าย 1-0
นาที 75 แข้งเซิร์บจะเอาลูกสอง เซอร์เกจ มิลินโควิช-ซาวิช พลิกบอลหน้าประตูแล้วซัดไกลแต่หลุดกรอบน่าผิดหวัง สุดท้ายไม่มีประตูอีกแล้ว จบเกม เซอร์เบีย ประเดิม 3 แต้มขึ้นเป็นจ่าฝูงก่อนเลย นัดต่อไปพบ สวิตเซอร์แลนด์ ส่วน คอสต้า ริก้า เจอ บราซิล สองคู่นี้เตะ 22 มิถุนายน
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
คอสตา ริก้า – เคย์เลอร์ นาบาส, จานคาร์โล กอนซาเลซ, ออสการ์ ดูอาร์เต้, จอห์นนี อากอสต้า, ดาวิด กัซแมน, เซลโซ บอร์เกส, ฟรานซิสโก คัลโว, คริสเตียน แกมโบ, มาร์โก อูเรน่า, โจฮัน เวเนกัส, ไบรอัน รุยซ์
เซอร์เบีย – วลาดิเมียร์ สตอยโควิช, ดุสโก โทซิช, นิโคลา มิเลนโควิช, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, เซอร์เกจ มิลินโควิช-ซาวิช, เนมานยา มาติช, ลูกา มิลิโวเยวิช, อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช, อเดม ลายิช, ดูซาน ทาดิช

ประเดิมไม่สวยแชมป์เก่าอินทรีเหล็ก ปีกหักโดน จังโก้ สอยร่วง

“อินทรีเหล็ก” เยอรมนี แชมป์เก่า ทำแฟนบอลทั่วโลกถึงกับตะลึงงันตั้งแต่นัดเปิดฉาก ฟุตบอลโลก 2018 หลังเจอทีเด็ด “จังโก้” เม็กซิโก สวนขึ้นมาพังประตูชัย 1-0 แบบเซอร์ไพรส์ คืนวันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา
ฟุตบอลโลก 2018
เยอรมนี 0-1 เม็กซิโก
เกมนัดแรกของกลุ่ม F เยอรมนี แชมป์โลกหนที่แล้ว กรีฑาทัพลงสนาม ลุซนิกี สเตเดียม พบ เม็กซิโก ขาประจำจากอเมริกาใต้ เกมนี้ “อินทรีเหล็ก” ดัน ทิโม แวร์เนอร์ เป็นหน้าเป้า มี เมซุต โอซิล, จูเลียน แดร็กซ์เลอร์ กับ โธมัส มุลเลอร์ คุมกลาง ส่วน “จังโก้” มอบหมาย ฮาเวียร์ เฮร์นานเดซ หอกเดี่ยวมี คาร์ลอส เวลา ร่วมสนับสนุน
ครึ่งแรกเปิดฉากมา 3 นาที เยอรมนี ทักทายก่อนเลย ทิโม แวร์เนอร์ วิ่งพาบอลมาสุดเส้นหลังแล้วยิงหักไปเสาไกลแต่หลุดออกไป ต่อมา นาที 16 อินทรีเหล็ก ยังมาต่อ จูเลียน แดร็กซ์เลอร์ สบหาช่องก่อนซัดไกลแต่ยังไม่ผ่าน กิลเลร์โม โอชัว เซฟไว้ได้
เม็กซิโก เริ่มแลกหมัดสู้ นาที 29 มิเกล ลายูน จับบอลต่อจาก คาร์ลอส เวลา แต่ยิงเข้าซอง มานูเอล นอยเออร์ กระทั่ง นาที 35 แฟนจังโก้เฮลั่น ฮาเวียร์ เฮร์นานเดซ พาบอลสวนแล้วแทงให้ เฮอร์วิง โลซาโน เลี้ยงหลบ 1 จังหวะแล้วแปตุงตาข่าย 1-0 ก่อนจบครึ่งแรกที่ผลนี้
ครึ่งหลัง นาที 57 อินทรีเหล็ก สู้เพื่อทวงคืน เมซุต โอซิล แทงสั้นๆให้ โธมัส มุลเลอร์ ตวัดยิงแต่เข้าซอง กิลเลร์โม โอชัว ถัดมา นาที 64 เยอรมนี เล่นบอลโยน เฌอโรม บัวเต็ง เงยหน้ามองเพื่อนก่อนเปิดตักให้ โจชัว คิมมิช กระโดดตีลังกายิงแต่บอลข้ามคานนิดเดียว
นาที 78 เม็กซิโก สวนมาโคตรน่ากลัว มิเกล ลายูน กระชากครึ่งสนามมาถึงพื้นที่สุดท้ายแต่ยิงแรงเกินข้ามคาน ส่วนท้ายเกม “อินทรีเหล็ก” กระหน่ำบุกขึ้นมายิงแต่ไม่เข้าทั้งหมด จบเกม “จังโก้” คว้า 3 แต้มสุดเซอร์ไพรส์ นัดต่อไป เยอรมนี เจอ สวีเดน ส่วน เม็กซิโก พบ เกาหลีใต้ สองคู่นี้เตะวันเดียวกัน 23 มิถุนายน
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เยอรมนี – มานูเอล นอยเออร์, มัตส์ ฮุมเมลส์, เฌอโรม บัวเต็ง, มาร์วิน แพลตเทนฮาร์ด, โจชัว คิมมิช, เมซุต โอซิล, โทนี โครส, ซามี เคดิรา, ทิโม แวร์เนอร์, จูเลียน แดร็กซ์เลอร์, โธมัส มุลเลอร์
เม็กซิโก – กิลเลร์โม โอชัว, เฮคเตอร์ โมเรโน่, อูโก อายาล่า, เฆซุส กัลลาร์โด, คาร์ลอส ซัลเซโด, คาร์ลอส เวลา, อันเดรียส กัวดาโด, เฮคเตอร์ เอร์เรร่า, ฮาเวียร์ เฮร์นานเดซ, เฮอร์วิง โลซาโน, มิเกล ลายูน

แซมบ้า เซ็งโดนนาฬิกาตามตีเจ๊า ชวดเก็บสามแต้ม

บราซิล เต็งแชมป์ของสื่อทุกสำนัก เป็นอีกทีมที่เปิดฉาก ฟุตบอลโลก 2018 แบบน่าผิดหวังหลังพลาดเก็บชัยชนะเพราะถูก สวิตเซอร์แลนด์ ตีเสมอช่วงครึ่งหลัง 1-1 ค่ำคืนวันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ฟุตบอลโลก 2018
บราซิล 1-1 สวิตเซอร์แลนด์

เกมอีกคู่ในกลุ่ม E นัดแรก บราซิล แชมป์โลก 5 สมัย ลงสนาม รอสตอฟ อารีนา พบกับ สวิตเซอร์แลนด์ เกมนี้พลพรรค “แซมบ้า” จัดทุกตัวเก่งที่มี เนย์มาร์, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, กาเบรียล เฆซุส ประจำการซัลโว ส่วน สวิตเซอร์แลนด์ นำโดย เซอร์ดาน ชากิรี กับ วาลอน เบห์รามี สองเก๋า

เปิดมา 10 นาที บราซิล หวิดขึ้นนำก่อน เปาลินโญ เติมขึ้นมาหน้าประตูแล้วสะกิดจ่อๆแต่บอลหลุดออกข้าง แต่แล้ว นาที 20 แซมบ้า ออกนำสำเร็จ ฟิลิปเป้ คูตินโญ วิ่งมารอบอลอยู่นอกเขตโทษแล้วปั่นไซด์โป้งแบบฟรีคิก โค้งเข้าไปชิ่งเสาตุงตาข่าย 1-0

บราซิล ทำเกมกันมาได้ดีกว่า นาที 33 เนย์มาร์ เปิดลูกเตะมุมเข้าศรีษะ กาเบรียล เฆซุส โหม่งแต่หลุดออกข้าง ถัดมาฝั่ง สวิตเซอร์แลนด์ นาที 40 เบลริม เซไมลี ถวายพานสู่เท้า สตีเวน ซูเบอร์ แปด้วยขวาแต่ยังไม่เข้าเป้า จบครึ่งแรก แซมบ้า นำก่อน 1 เม็ด

ครึ่งหลังไม่ทันไร นาที 50 สวิตเซอร์แลนด์ ทวนคืนจนได้ บอลจากลูกเตะมุม สตีเวน ซูเบอร์ ยืนปักหลักที่เสาแรกโขกตุงตาข่าย 1-1 ข้ามมา นาที 69 บราซิล หวิดได้ลูกที่สอง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เก็บบอลที่เสาแรกแล้วอัดด้วยขวาเต็มเหนี่ยวแต่ถากเสาไกลออกไป

ท้ายเกม นาที 89 แซมบ้า พลาดได้ประตูชัย เนย์มาร์ เปิดโด่งจากฝั่งซ้ายให้ โรแบร์โต เฟอร์มิโน่ ตัวสำรองโหม่งเหน่งๆแต่ ยานน์ ซอมเมอร์ เซฟได้ สุดท้ายไม่มีประตูอีก จบเกมเสมอแบ่งแต้ม บราซิล นัดหน้าเจอ คอสตา ริก้า ส่วน สวิตเซอร์แลนด์ เจอ เซอร์เบีย สองคู่นี้เตะ 22 มิถุนายน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
บราซิล – อลิสสัน, มิรานด้า, ติอาโก ซิลวา, มาร์เซโล, ดานิโล, คาเซมิโร, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, เปาลินโญ, กาเบรียล เฆซุส, เนย์มาร์, วิลเลียน

สวิตเซอร์แลนด์ – ยานน์ ซอมเมอร์, มานูเอล อาคานจิล ฟาเบียน ชาร์, ริคาร์โด โรดริเกวซ, สเตฟาน ลิชสไตเนอร์, เบลริม เซไมลี, กรานิต ชากา, วาลอน เบห์รามี, ฮาริส เซเฟโรวิช, สตีเวน ซูเบอร์, เซอร์ดาน ชากิรี