Archive for the ‘ ข่าวการแข่งขัน ’ Category

“ม้าลาย” ยูเวนตุส ยืดสถิติชนะรวดเป็น 7 เกม ศึก กัลโช เซเรีย อา พิชิต “อัซซูรา” นาโปลี ซึ่งเหลือนักเตะแค่ 10 คน แบบไร้ปัญหา 3-1 จากประตูของ มาริโอ มันด์ซูคิช และ เลโอนาร์โด โบนุชชี ที่สนาม อัลลิอันซ์ สเตเดียม คืนวันเสาร์ที่ 29 กันยายน 

กัลโช เซเรีย อา 2018-19 
ยูเวนตุส 3-1 นาโปลี

มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี เทรนเนอร์ ยูเวนตุส วางระบบ 4-3-1-2 ส่ง คริสเตียโน โรนัลโด จับคู่ มาริโอ มันด์ซูคิช ล่าตาข่าย ถอย เปาโล ดิบาลา ยืนศูนย์หน้าตัวต่ำ รับมือ นาโปลี ที่มี ดรีส เมอร์เทนส์ , ลอเรนโซ อินซิเญ และ โฆเซ กาเยฆอน เป็นทีเด็ดแนวรุก

เริ่มเกมแค่ 10 นาที นาโปลี ขึ้นนำ 1-0 อัลลัน ตัดบอลแทงทะลุฝั่งขวา โฆเซ กาเยฆอน ตบเข้ากลางให้ ดรีส เมอร์เทนส์ แปจ่อๆ อย่างไรก็ตาม ยูเวนตุส ทวงคืนนาที 26 คริสเตียโน โรนัลโด แต่งหนีไปสุดเส้นฝั่งซ้าย ตักเข้ากลางให้ มาริโอ มันด์ซูคิช โหม่งตีเสมอ 1-1

แชมป์เก่า หวิดบวกเพิ่มนาที 28 คริสเตียโน โรนัลโด กดฟรีคิกด้านซ้าย บอลพุ่งทะลุกำแพงจะเสียบเสาแรก ดาบิด ออสปินา นายทวาร พุ่งปัดบนเส้น

สู้กันต่อครึ่งหลัง “ยูเว” แซงนำ 2-1 นาที 49 คริสเตียโน โรนัลโด ลากตัดจากซ้าย สับไกด้วยขวานอกเขต ดาบิด ออสปินา ปัดชนเสาไม่พ้นอันตราย มาริโอ มันด์ซูคิช ซ้ำดาบสอง เข้าสู่นาที 58 สถานการณ์ ทีมเยือน ย่ำแย่ มาริโอ รุย ยันใส่ข้อเท้า เปาโล ดิบาลา รับใบเหลืองที่ 2

“เบียงโคเนรี” ตอกฝาโลงสนิทนาที 76 เฟเดริโก แบร์นาร์เดสคี ตัวสำรอง เปิดเตะมุมฝั่งขวา คริสเตียโน โรนัลโด ขวิดแบบกึ่งยิงกึ่งผ่านมาเสาไกล เลโอนาร์โด โบนุชชี ชาร์จจ่อๆ ทิ้งห่าง 3-1 จบเกม ยูเวนตุส เก็บเพิ่มเป็น 21 คะแนนเต็ม จาก 7 นัด ขณะที่ นาโปลี มี 15 แต้ม เท่าเดิม อยู่อันดับ 2

รายชื่อ 11 ตัวจริง
ยูเวนตุส : วอยจ์เซียช เซสนี , จอร์โจ คิเอลลินี , เลโอนาร์โด โบนุชชี , อเล็กซ์ ซานโดร , เจา คานเซโล , คริสเตียโน โรนัลโด , มิราเลม ปานิช , เปาโล ดิบาลา , แบลส มาตุยดี , เอ็มเร ชาน , มาริโอ มันด์ซูคิช

นาโปลี : ดาบิด ออสปินา , ราอูล อัลบิโอล , คาลิดู คูลิบาลี , มาริโอ รุย , เอลซิด ฮิไซจ์ , อัลลัน , มาเร็ก ฮามซิก , ปิโอเตอร์ ซีลินสกี , โฆเซ กาเยฆอน , ดรีส เมอร์เทนส์ , ลอเรนโซ อินซิเญ

ผลฟุตบอล กัลโช เซเรีย อา 2018-19 ประจำวันเสาร์ที่ 29 กันยายน
โรมา 3-1 ลาซิโอ
[1-0 ลอเรนโซ เปเยกรินี น.45 , 1-1 ชิโร อิมโมบิเล น.67 , 2-1 อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ น.71 , 3-1 เฟเดริโก ฟาซิโอ น.86]

เดเล อัลลี มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติอังกฤษ จรดปากกาต่อสัญญา 6 ปี กับ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ เรียบร้อยแล้ว วันอังคารที่ 30 ตุลาคม ปักหลักรับใช้สโมสรจนถึงปี 2024

“เดลี เมล” สำนักข่าวของอังกฤษ รายงานสัปดาห์ที่แล้ว การเจรจามอบข้อตกลงฉบับใหม่แก่ กองกลางวัย 22 ปี แทนของเดิม ซึ่งจะสิ้นสุดลงปี 2022 กำลังคืบหน้าตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

คาดว่า อัลลี จะฟันค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นราว 2 เท่าของเดิม จาก 50,000 ปอนด์ (2.1 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ เป็น 100,000 ปอนด์ (4.2 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

อัลลี ย้ายจาก เอ็มเค ดอนส์ สู่ถิ่น ไวท์ ฮาร์ท เลน ตั้งแต่วัยละอ่อน เมื่อปี 2015 และฉายแววกับทีมชุดใหญ่ ทะลวงตาข่าย 48 ประตู จาก 153 นัด

ขุนพล “สิงโตคำราม” ชุดอันดับ 4 ฟุตบอลโลก 2018 ยังไม่เคยสัมผัสโทรฟีใดๆ ทว่ามีดีกรีรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยม สมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (PFA) ปี 2016 และ 2017 การันตีคุณภาพ

สเปอร์ส vs แมนฯ ซิตี้

October 29th, 2018
posted by admin 08:05

ผลการพบกันล่าสุด

15/04/2018  สเปอร์ส 1-3 แมนฯ ซิตี้

17/12/2017  แมนฯ ซิตี้ 4-1 สเปอร์ส

ความพร้อมและสภาพทีม

สเปอร์ส

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือ ไก่เดือยทอง พาทีมชนะ 4 เกมรวดในพรีเมียร์ลีกสัปดาห์ก่อนพวกเขาบุกชนะ เวสต์แฮม ได้หวุดหวิด 1-0 ก่อนจะมาเสมอ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น 2-2 ใน ชปล.เมื่อกลางสัปดาห์

เกมนี้ไก่เดือยทอง มีข่าวดีตรงที่ เดเล่ อัลลี่ หายเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าอันทำให้เขาต้องพลาดการลงสนามไป 4 เกมให้กับทีมตอนนี้ลงซ้อมตามปกติได้แล้ว และจะมีชื่อเกมนี้ด้วย

ส่วน แดนนี่ โรส (โคนขาหนีบ) และ แยน แฟร์ต็องเก้น (เอ็นร้อยหวาย) ยังไม่พร้อมสำหรับเกมนี้แน่นอน จะต้องนั่งดูเพื่อนเล่นกันต่อไปอย่างไรก็ตามตัวรุกในแดนหน้ายังอยู่กันพร้อมไม่ว่าจะเป็น ลูกัส มูร่า, คริสเตียน เอริคเซ่น, ซน ฮึง-มิน และ แฮร์รี่ เคน

แมนฯ ซิตี้

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ เรือใบสีฟ้า ต้องการชัยชนะเกมนี้เพื่อแซงหน้า ลิเวอร์พูล ยึดตำแหน่งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกคืนมา โดยพวกเขาฮอตมากสัปดาห์ก่อนถล่ม เบิร์นลี่ย์ ไป 5-0 ก่อนจะบุกไปชนะ ชัคห์ตาร์ โดเนตส์ค อีก 3-0 ในเกมถ้วยใหญ่ของยุโรปเมื่อคืนวันอังคาร

นัดนี้ อิลคาย กุนโดกัน มิดฟิลด์ที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่าจะยังไม่พร้อมสำหรับนัดนี้ ทว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาเพราะตัวเลือกของ เป๊ป มีเยอะมาก ขณะที่ ฟาเบียน เดล์ฟ ที่เล่นได้หลายตำแหน่งก่อนหน้านี้เจ็บเล็กน้อย แต่ฟิตทันสำหรับเกมนี้แน่นอน

ทางด้าน ไคล์ วอล์คเกอร์ ที่ก่อนหน้านี้เจ็บโคนขาหนีบกลับมาแล้ว เมื่อกลางสัปดาห์กับ ชัคห์ตาร์ ก็เป็นตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงไป ในรายของ ดานิโล่ ที่เจ็บข้อเท้าก็ฟิตแล้วเช่นกัน

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

สเปอร์ส (4-2-3-1) : อูโก้ โยริส – คีแรน ทริปเปียร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, ดาวินซอน ซานเชซ, เบน เดวิส – เอริก ดายเออร์, แฮร์รี่ วิงส์ – ลูกัส มูร่า, คริสเตียน เอริคเซ่น, ซน ฮึง-มิน – แฮร์รี่ เคน

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, นิโกลัส โอตาเมนดี้, เอมเมอริก ลาป๊อร์กต์, เบนฌาแม็ง เมนดี้ – เควิน เดอ บรอยน์, แฟร์นันดินโญ่, ดาบิด ซิลบา – ริยาด มาห์เรซ, เซร์คิโอ อเกวโร่, ลีรอย ซาเน่

ผู้ตัดสิน : เควิน เฟรนด์

ความน่าจะเป็นของเกม

สเปอร์ส และ แมนฯซิตี้ ต่างเป็นบอลเท้าสู่เท้าเช่นเดียวกัน แต่งานของ เรือใบสีฟ้า เนี้ยบกว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าทั้งเกมรุกและรับ ไก่เดือยทอง มีแผลเยอะกว่า แต่ก็น่าจะสู้กันสนุก อย่างไรก็ตามในที่สุดแล้ว ความชัวร์ในเกมรุกที่มีมากกว่าก็จะทำให้เรือใบผู้มาเยือนมีโอกาสเก็บชัยชนะได้

ผลการแข่งขันที่คาด : แมนฯ ซิตี้ ชนะ 3-2

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล รอดพ้นความปราชัยนัดแรกของศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2018-19 แดเนียล สเตอร์ริดจ์ พังประตูตีเสมอ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ช่วงท้ายเกม 1-1 ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ คืนวันเสาร์ที่ 29 กันยายน

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2018-19
เชลซี 1-1 ลิเวอร์พูล 

เมาริซิโอ ซาร์รี กุนซือ เชลซี จัดทัพแบบเต็มสูบ ส่ง โอลิวิเยร์ ชีรูด์ ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน เอเดน อาซาร์ และ วิลเลียน ล่าตาข่าย ลิเวอร์พูล ที่มี โรแบร์โต เฟอร์มิโน , ซาดิโอ มาเน และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็นทีเด็ดแนวรุก

เกมผลัดกันรุกและรับ กระทั่งนาที 25 เชลซี ขึ้นนำ 1-0 มาเตโอ โควาซิช แทงทะลุด้านซ้ายให้ เอเดน อาซาร์ ยิงเสียบเสาไกล ลิเวอร์พูล น่าทวงคืนสุดๆ นาที 32 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แตะหลบ เกปา อาร์ริซาบาลากา นายทวาร ยิงด้วยขวา อันโตนิโอ รูดิเกอร์ สกัดบนเส้น

สู้กันต่อครึ่งหลัง “หงส์แดง” ได้เสียวนาที 58 โรแบร์โต เฟอร์มิโน ไหลย้อนจากสุดเส้นฝั่งซ้ายให้ ซาดิโอ มาเน ลากหาช่องยิงยัดเสาแรก เกปา อาร์ริซาบาลากา ปัดออกหลัง ถัดมา เจ้าถิ่น พลาดโอกาสทองนาที 64 เอเดน อาซาร์ หลุดเดี่ยวเกือบครึ่งสนาม แปเน้นๆ ติดเซฟ อลิสสัน นายทวาร

สาวก “เดอะ ค็อป” เกือบได้เฮนาที 70 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้าย จ่ายเรียดเข้ากลาง เซอร์ดาน ชาคิรี แปด้วยขวาโดนไม่เต็ม หลุดเสาไกล และนาที 72 เจมส์ มิลเนอร์ ตักจากเขตโทษฝั่งซ้ายให้ โรแบร์โต เฟอร์มิโน โขกกดลงพื้นติด ดาวิด ลุยซ์ ที่ยืนอยู่หน้าปากประตู

เข้าสู่นาที 89 ทีมจากย่านเมอร์ซีย์ไซด์ ตีเสมอ 1-1 แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ตัวสำรอง ลักไก่ปั่นด้วยซ้ายนอกเขต เสียบสามเหลี่ยมเสาไกลสุดสวย จบเกม ลิเวอร์พูล เก็บเพิ่มเป็น 19 แต้ม จาก 7 นัด เท่ากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี แต่ผลต่างลูกได้-เสียน้อยกว่า ขณะที่ เชลซี ขยับเป็น 17 แต้ม อยู่อันดับ 3

รายชื่อ 11 ตัวจริง
เชลซี : เกปา อาร์ริซาบาลากา , อันโตนิโอ รูดิเกอร์ , ดาวิด ลุยซ์ , มาร์กอส อลอนโซ , เซซาร์ อัซปิลิคูเอตา , เอ็น’โกโล ก็องเต , จอร์จินโญ , มาเตโอ โควาซิช , โอลิวิเยร์ ชีรูด์ , เอเดน อาซาร์ , วิลเลียน

ลิเวอร์พูล : อลิสสัน , โจ โกเมซ , เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ก , แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน , เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ , จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม , เจมส์ มิลเนอร์ , จอร์แดน เฮนเดอร์สัน , โรแบร์โต เฟอร์มิโน , ซาดิโอ มาเน , โมฮาเหม็ด ซาลาห์

 
Search