โด้ สุดฮอตกดแฮตทริกกู้ชีพ พาฝอยทองตามเจ๊ากระทิงดุสุดมันส์

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์แห่ง โปรตุเกส ฉายบทพระเอกกดแฮตทริคช่วยให้ “ฝอยทอง” รอดตายแบ่งแต้มกับ สเปน 3-3 ในช่วงท้ายเกมแบบสุดมัน ในเกมแรกของกลุ่มบี ศึกฟุตบอลโบก 2018 ที่รัสเซีย คืนวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ฟุตบอลโลก 2018
โปรตุเกส 3-3 สเปน

บิ๊กแมตช์ของกลุ่ม B สเปน แชมป์โลกปี 2010 ลงสนาม ฟิชต์ โอลิมปิก สเตเดียม เจอ โปรตุเกส แชมป์ยูโร 2016 เกมนี้ ดิเอโก กอสต้า ปักหลักเป็นหัวหอก “กระทิงดุ” มี ดาบิด ซิลบา, อิสโก้ และ อันเดรส อิเนียสต้า สนับสนุนการจ่าย ส่วน “ฝอยทอง” นำทัพโดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ บัลลง ดอร์

เปิดเกมแค่ 3 นาที โปรตุเกส ได้จุดโทษเมื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถูกสกัดล้มกลิ้งแล้วก็ลุกมาสังหารผ่าน ดาบิด เด เคอา เข้าไปไม่พลาด 1-0 ต่อมา นาที 22 โปรตุเกส เกือบได้เม็ดสอง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สปีดกงล้อขึ้นทางซ้ายแล้วตบบอลให้ กอนซาโล กัวเดส เตรียมซัดแต่ชักช้าเจอกองหลังแซะทิ้งก่อน

ทว่า นาที 23 สเปน ที่บุกได้มากขึ้นก็ตีเสมอสำเร็จ ดิเอโก กอสต้า เอาชนะแผงหลังหลอกล่อ 2 จังหวะแล้วซัดเสียบเสางามๆ 1-1 จากนั้น “กระทิงดุ” ถาโถมใส่อย่างหนักเพื่อเอาเพิ่มแต่ นาที 44 โปรตุเกส ขึ้นนำอีกรอบ กอนซาโล กัวเดส ดูดบอลแล้วป้ายระยะประชิดให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กดเต็มข้อชนิด ดาบิด เด เคอา ซองแตก 2-1 และจบครึ่งแรกไปเลย

ครึ่งหลัง กระทิงดุ สู้จนนาที 54 ตีเสมออีกครั้ง บอลเข้าเขตโทษ เซร์จี บุสเกสต์ โขกให้ ดิเอโก กอสต้า พุ่งมาชาร์จ 2-2 และ นาที 55 ทีมของ เฟร์นานโด เอียร์โร แซงนำจนได้เมื่อ นาโช เฟร์นานเดซ วิ่งมาประจำการแถวสองแล้ววอลเลย์เต็มเท้าบอลชิ่งเสาแรกเด้งเข้าไปแบบสุดปัญญา รุย พาทริซิโอ ป้องกัน 3-2

ท้ายเกม นาที 88 โปรตุเกส ได้ลุ้นเสียวๆจากฟรีคิกระยะ 28 หลาหวังผล คริสเตียโน่ โรนัลโด้ วางบอลแล้วซัดข้ามกำแพงมุดคานอย่างสวยงาม 3-3 และนั่นก็เป็นฉากสุดท้ายที่มีประตูเกิดขึ้น จบเกม เสมอแบ่งแต้มแบบสุดมันหยด นัดหน้า โปรตุเกส เจอ โมร็อคโค ส่วน สเปน เจอ อิหร่าน สองเกมนี้เตะ 20 มิถุนายน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
โปรตุเกส – รุย พาทริซิโอ, โชเซ่ ฟอนเต้, เปเป้, ราฟาเอล เกอร์เรโร่, เซดริค โซอาเรส, วิลเลียม คาร์วัลโญ, เจา มูตินโญ, บรูโน เฟอร์นานเดส, แบร์นาร์โด ซิลวา, กอนซาโล กัวเดส, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

สเปน – ดาบิด เด เคอา, เซร์คิโอ รามอส, เคราร์ด ปิเก้, ฆอร์ดี อัลบา, นาโช, เซร์จี บุสเกสต์, อันเดรส อิเนียสต้า, โกเก้, อิสโก้, ดิเอโก กอสต้า, ดาบิด ซิลบา

ประเดิมไม่สวยแชมป์เก่าอินทรีเหล็ก ปีกหักโดน จังโก้ สอยร่วง

“อินทรีเหล็ก” เยอรมนี แชมป์เก่า ทำแฟนบอลทั่วโลกถึงกับตะลึงงันตั้งแต่นัดเปิดฉาก ฟุตบอลโลก 2018 หลังเจอทีเด็ด “จังโก้” เม็กซิโก สวนขึ้นมาพังประตูชัย 1-0 แบบเซอร์ไพรส์ คืนวันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา
ฟุตบอลโลก 2018
เยอรมนี 0-1 เม็กซิโก
เกมนัดแรกของกลุ่ม F เยอรมนี แชมป์โลกหนที่แล้ว กรีฑาทัพลงสนาม ลุซนิกี สเตเดียม พบ เม็กซิโก ขาประจำจากอเมริกาใต้ เกมนี้ “อินทรีเหล็ก” ดัน ทิโม แวร์เนอร์ เป็นหน้าเป้า มี เมซุต โอซิล, จูเลียน แดร็กซ์เลอร์ กับ โธมัส มุลเลอร์ คุมกลาง ส่วน “จังโก้” มอบหมาย ฮาเวียร์ เฮร์นานเดซ หอกเดี่ยวมี คาร์ลอส เวลา ร่วมสนับสนุน
ครึ่งแรกเปิดฉากมา 3 นาที เยอรมนี ทักทายก่อนเลย ทิโม แวร์เนอร์ วิ่งพาบอลมาสุดเส้นหลังแล้วยิงหักไปเสาไกลแต่หลุดออกไป ต่อมา นาที 16 อินทรีเหล็ก ยังมาต่อ จูเลียน แดร็กซ์เลอร์ สบหาช่องก่อนซัดไกลแต่ยังไม่ผ่าน กิลเลร์โม โอชัว เซฟไว้ได้
เม็กซิโก เริ่มแลกหมัดสู้ นาที 29 มิเกล ลายูน จับบอลต่อจาก คาร์ลอส เวลา แต่ยิงเข้าซอง มานูเอล นอยเออร์ กระทั่ง นาที 35 แฟนจังโก้เฮลั่น ฮาเวียร์ เฮร์นานเดซ พาบอลสวนแล้วแทงให้ เฮอร์วิง โลซาโน เลี้ยงหลบ 1 จังหวะแล้วแปตุงตาข่าย 1-0 ก่อนจบครึ่งแรกที่ผลนี้
ครึ่งหลัง นาที 57 อินทรีเหล็ก สู้เพื่อทวงคืน เมซุต โอซิล แทงสั้นๆให้ โธมัส มุลเลอร์ ตวัดยิงแต่เข้าซอง กิลเลร์โม โอชัว ถัดมา นาที 64 เยอรมนี เล่นบอลโยน เฌอโรม บัวเต็ง เงยหน้ามองเพื่อนก่อนเปิดตักให้ โจชัว คิมมิช กระโดดตีลังกายิงแต่บอลข้ามคานนิดเดียว
นาที 78 เม็กซิโก สวนมาโคตรน่ากลัว มิเกล ลายูน กระชากครึ่งสนามมาถึงพื้นที่สุดท้ายแต่ยิงแรงเกินข้ามคาน ส่วนท้ายเกม “อินทรีเหล็ก” กระหน่ำบุกขึ้นมายิงแต่ไม่เข้าทั้งหมด จบเกม “จังโก้” คว้า 3 แต้มสุดเซอร์ไพรส์ นัดต่อไป เยอรมนี เจอ สวีเดน ส่วน เม็กซิโก พบ เกาหลีใต้ สองคู่นี้เตะวันเดียวกัน 23 มิถุนายน
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เยอรมนี – มานูเอล นอยเออร์, มัตส์ ฮุมเมลส์, เฌอโรม บัวเต็ง, มาร์วิน แพลตเทนฮาร์ด, โจชัว คิมมิช, เมซุต โอซิล, โทนี โครส, ซามี เคดิรา, ทิโม แวร์เนอร์, จูเลียน แดร็กซ์เลอร์, โธมัส มุลเลอร์
เม็กซิโก – กิลเลร์โม โอชัว, เฮคเตอร์ โมเรโน่, อูโก อายาล่า, เฆซุส กัลลาร์โด, คาร์ลอส ซัลเซโด, คาร์ลอส เวลา, อันเดรียส กัวดาโด, เฮคเตอร์ เอร์เรร่า, ฮาเวียร์ เฮร์นานเดซ, เฮอร์วิง โลซาโน, มิเกล ลายูน

สวีเดน vs เกาหลีใต้

แมตช์ พรีวิว สวีเดน vs เกาหลีใต้ ( ฟุตบอลโลก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอฟ )

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน 2561

เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสด ททบ.5 , True sport HD3

ผลการพบกันล่าสุด

12/11/2005 เกาหลีใต้ 2 – 2 สวีเดน

23/01/2005 สวีเดน 1 – 1 เกาหลีใต้

ความพร้อมและสภาพทีม

สวีเดน

ยานเน่ อันเดอร์สสัน เทรนเนอร์ทีมชาติสวีเดน พาทีมเสมอ เปรู 0-0 ในเกมอุ่นเครื่องล่าสุด ทำให้ไม่ชนะมา 4 เกมติดก่อนเปิดฉากทัวร์นาเม้นต์

การจัดทัพจะกลับมาใช้ชุดใหญ่ลงสนามเต็มพิกัดในระบบ 4-4-2 ริมเส้นฝั่งขวา วิคตอร์ คเลสเซ่น จาก คราสโนดาร์ ลากเลื้อย อีกฟาก เอมิล ฟอร์สเบิร์ก สตาร์ดังจาก แอร์เบ ไลป์ซิก เกมรับมี วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ จับคู่เซนเตอร์แบ็กกับ อันเดรียส กรันควิสต์ กัปตันทีม และให้ โรบิน โอลเซ่น มือกาวจาก โคเปนเฮเก้น ลงเฝ้าเสา

เกาหลีใต้

ทัพ “แทกึก วอริเออร์ส” ภายใต้การคุมทีมของ ชิน แท-ยง ผลงานช่วงอุ่นเครื่องไม่น่าประทับใจอย่างหนัก และเกมนี้รายงานข่าวขากแดนกิมจิ ยังลังเลว่าจะใช้แผน 4-4-2 หรือปรับเป็น 3-5-2

อย่างไรก็ตามแนวโน้มคงเป็น 4-4-2 มากกว่า คู่กองหน้ามี ซน ฮึง-มิน สตาร์ดังของ สเปอร์ส เป็นตัวยืน คู่ขาเลือกระหว่าง คิม ชิน-วุ้ค หรือ ฮวาง ฮี-ชาน แดนกลางริมเส้นโยก อี แจ-ซง ห้องเครื่อง ชนบุก มอเตอร์ส ประจำการ อีกฟากพร้อมเปิดโอกาสให้ อี ซึง-อู เจ้าของฉายา “เมสซี่เกาหลี” ลงปั้นเกม ด่านสุดท้ายวาง คิม ซึง-กยู ผู้รักษาประตู วิสเซล โกเบ รับผิดชอบ ชิน-วุก ลงจบสกอร์

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

สวีเดน (4-4-2) : โรบิน โอลเซ่น – มิคาเอล ลุสติก, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, อันเดรียส กรานควิสต์, ลุดวิก ออกุสตินส์สัน – วิคตอร์ แคลสสัน, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, อัลบิน เอ็คดาล, เอมิล ฟอร์สเบิร์ก – โอล่า ตอยโวเน่น, มาร์คุส เบิร์ก

เกาหลีใต้ (4-4-2) : คิม ซึง-กิว – อี ยง, คิม ยอง-กวอน, จาง ฮยอน-ซู, พัค จู-โฮ – อี แจ-ซอง, คี ซุง-ยอง, ชอง วู-ยอง, อี ซึง-วู – ซน ฮึง-มิน, คิม ชิน-วุก (ฮวาง ฮี-ชาน)

ผู้ตัดสิน : โจเอล อากีลาร์ (เอลซัลวาดอร์)

ความน่าจะเป็นของเกม

ฟอร์มช่วงอุ่นเครื่องของทั้งสองทีมแย่พอกัน แต่ระบบทีม สวีเดน ชุดนี้ลงตัว จุดแข็งคือเกมรับที่เสียประตูยาก ฟาก เกาหลีใต้ ของกุนซือ ชิน ยังสะเปะสะปะ เกมรุกมีแค่ ซน ฮึง-มิน ที่แบกทีมเอาไว้ ส่วนเกมรับมักผิดพลาดเสียประตูง่ายตลอด ดูแล้วรูปเกมอาจสูสีเบียดกัน สุดท้ายเชื่อว่าไวกิ้งน่าจะเป็นเอาชนะไปได้ในที่สุด

ผลการแข่งขันที่คาด : สวีเดน ชนะ 2 – 1

เบลเยี่ยม vs ปานามา

แมตช์ พรีวิว เบลเยี่ยม vs ปานามา ( ฟุตบอลโลก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม จี )

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน 2561

เวลา 22.00 น. ถ่ายทอดสด True 4U 24 , Ture sport HD 3

ผลการพบกันล่าสุด

ยังไม่เคยพบกัน

ความพร้อมและสภาพทีม

เบลเยี่ยม

โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ เทรนเนอร์ชาวสแปนิชของทีมชาติเบลเยียม พาทีมชนะคอสตาริกา 4-1 ในเกมอุ่นเครื่องล่าสุด เป็นการคว้าชัย 2 นัดติด

สภาพทีมเกมนี้ ”มาร์ตี้” ยังชวดใช้งาน แว็งซ็องต์ ก็องปานี กองหลังตัวเก๋าที่มีอาการเจ็บโคนขาหนีบรบกวน ส่วน โธมัส แฟร์มาเล่น ก็ต้องรอทดสอบความฟิต จึงน่าจะเป็นโอกาสของ เดดริค โบยาต้า ที่จะได้ออกสตาร์ต

ส่วนแดนกลาง อักเซล วิตเซล ก็น่าจะได้โอกาสก่อน มูซ่า เดมเบเล่ แต่แกนหลักรายอื่นๆ อย่าง ติโบต์ กูร์กตัวส์, แยน แฟร์ต็องเก้น, เควิน เดอ บรอยน์, เอแด็น อาซาร์ และ โรเมลู ลูกากู พร้อมช่วยทีมได้ตามปกติ

เบลเยียมจะลงสนามในระบบ 3-4-2-1 โดยมี ติโบต์ กูร์กตัวส์ เฝ้าเสา แนวรับประกอบไปด้วย โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, เดดริค โบยาต้า และ แยน แฟร์ต็องเก้น แดนกลาง โธมัส เมอนิเย่ร์ จะเดินเกมร่วมกับ เควิน เดอ บรอยน์, อักเซล วิตเซล และ ยานนิค แฟร์เรยร่า การ์ราสโก้ ส่วน ดรีส์ เมอร์เท่นส์ และ เอแด็น อาซาร์ จะเป็น 2 ตัวรุกสนับสนุน โรเมลู ลูกากู หัวหอกตัวเป้า

ปานามา

เอร์นาน ดาริโอ โกเมซ เทรนเนอร์ชาวโคลอมเบียของทีมชาติปานามา พาทีมแพ้นอร์เวย์ 0-1 ในเกมอุ่นเครื่องล่าสุด เป็นการแพ้นัดแรกในรอบ 3 เกม

สภาพทีมเกมนี้ โกเมซพร้อมใช้งาน โรมัน ตอร์เรส กองหลังตัวเก๋าที่สลัดอาการบาดเจ็บรบกวนเล็กน้อย ส่วนแกนหลักรายอื่นๆ ก็นำโดย อานิบาล โกดอย กองกลางตัวเก่ง และ กาเบรียล ตอร์เรส หัวหอกคนสำคัญ

ปานามาจะลงสนามในระบบ 5-4-1 นายประตูได้แก่ ไฮเม่ เปเนโด้ แนวรับนำโดย ไมเคิ่ล อาเมียร์ มูรีโย่, อดอลโฟ่ มาชาโด้, โรมัน ตอร์เรส, ฟิเดล เอสโกบาร์ และ หลุยส์ โอวาเย่
แดนกลาง ริการ์โด้ อวีล่า เดินเกมร่วมกับ อานิบาล โกดอย, กาเบรียล โกเมซ และ เอ็ดการ์ บาร์เซนาส ส่วน กาเบรียล ตอร์เรส ยืนหน้าเป้า

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เบลเยียม (3-4-2-1) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, เดดริค โบยาต้า, แยน แฟร์ต็องเก้น – โธมัส เมอนิเย่ร์, เควิน เดอ บรอยน์, อักเซล วิตเซล, ยานนิค แฟร์เรยร่า การ์ราสโก้ – ดรีส์ เมอร์เท่นส์, เอแด็น อาซาร์ – โรเมลู ลูกากู

ปานามา (5-4-1) : ไฮเม่ เปเนโด้ – ไมเคิ่ล อาเมียร์ มูรีโย่, อดอลโฟ่ มาชาโด้, โรมัน ตอร์เรส, ฟิเดล เอสโกบาร์, หลุยส์ โอวาเย่ – ริการ์โด้ อวีล่า, อานิบาล โกดอย, กาเบรียล โกเมซ, เอ็ดการ์ บาร์เซนาส – กาเบรียล ตอร์เรส

ผู้ตัดสิน : แจนนี่ ซิคาสเว่ (ซิมบับเว)

ความน่าจะเป็นของเกม

ปีศาจแดงแห่งยุโรป ทีมเต็งของกลุ่ม จี เหนือกว่าทุกกระบวนท่า โดยเฉพาะเรื่องความสามารถของนักเตะที่เต็มไปด้วยสตาร์ดัง แถมเล่นด้วยกันมานาน และหลายคนกำลังอยู่ในช่วงพีก ส่วนปานามารู้ดีว่าเป็นรอง คงต้องพยายามเน้นรับเหนียวแน่นเอาไว้ก่อนและรอจังหวะสวนกลับ แต่สุดท้ายด้วยความหลากหลายในเกมรุกของเบลเยี่ยม น่าจะทำให้เอาชนะไปได้อย่างแน่นอน

ผลการแข่งขันที่คาด : เบลเยี่ยม ชนะ 2 – 0

ตูนิเซีย vs อังกฤษ

แมตช์ พรีวิว ตูนิเซีย vs อังกฤษ ( ฟุตบอลโลก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม จี )

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน 2561

เวลา 01.00 น. ถ่ายทอดสด ททบ.5 , True sport HD3

ผลการพบกันล่าสุด

ยังไม่เคยพบกัน

ความพร้อมและสภาพทีม

ตูนิเซีย

นาบิล มาลูล เทรนเนอร์ทีมชาติตูนิเซีย พาทีมแพ้สเปน 0-1 ในเกมลับแข้งล่าสุด เป็นการแพ้นัดแรกในรอบ 5 เกม

สภาพทีมเกมนี้ มาลูลไม่มีปัญหาอะไรรบกวน ส่วนการจัดทัพก็คาดว่าน่าจะให้โอกาส ซาอิฟ-เอ็ดดีน คาอุย รับบทมิดฟิลด์ตัวรุกต่อไป หลังสามารถเบียดแย่งตำแหน่งจากวาห์บี คาซรี่ ดาวดังจากแรนส์ได้ตลอดในช่วงอุ่นเครื่องที่ผ่านมา ส่วนแกนหลักรายอื่นๆ ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม นำโดย ฟาเคร็ดดีน เบน ยุสเซฟ กองหน้าตัวความหวัง

ตูนิเซียจะลงสนามในระบบ 4-2-3-1 โดยมี มูเอซ ฮัสเซน เฝ้าเสา แนวรับประกอบไปด้วย ดีแลน บรอนน์, ยาสซีน เมเรียห์, เซียม เบน ยุสเซฟ และ อาลี มาลูล แดนกลาง เอลเลียส สคิรี่ คุมเกมร่วมกับ เฟอร์จานี่ ซาสซี่ ส่วน อานีซ บาดรี้, ซาอิฟ-เอ็ดดีน คาอุย และ นาอิม สลิติ จะช่วยกันปั้นเกมรุกข้างหลัง ฟาเคร็ดดีน เบน ยุสเซฟ หัวหอกตัวเป้า

อังกฤษ

แกเร็ธ เซาธ์เกต เทรนเนอร์ทีมชาติอังกฤษ พาทีมชนะคอสตาริกา 2-0 ในเกมอุ่นเครื่องล่าสุด เป็นการคว้าชัย 2 นัดติด

ความพร้อมเกมนี้ เซาธ์เกตพร้อมใช้งาน มาร์คัส แรชฟอร์ด แนวรุกดาวรุ่งที่หายจากอาการบาดเจ็บแล้ว แต่ยังไงก็เป็นแค่สำรองอยู่ดี นอกจากนั้นไม่มีปัญหาอะไร บรรดาตัวหลักที่ได้พักในเกมชนะกล้วยหอมก็พร้อมคัมแบ็กทั้งหมด นำโดย แฮร์รี่ เคน หัวหอกกัปตันทีมคนสำคัญ

อังกฤษจะลงสนามในระบบ 3-4-1-2 นายทวารได้แก่จอร์แดน พิคฟอร์ด แนวรับประกอบไปด้วย ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์ และ แกรี่ เคฮิลล์ แดนกลาง คีแรน ทริปเปียร์ เดินเกมร่วมกับ เอริก ดายเออร์, เดเล่ อัลลี่ และ แอชลี่ย์ ยัง โดยมี เจสซี่ ลินการ์ด ปั้นเกมรุกสนับสนุนคู่หัวหอก ราฮีม สเตอร์ลิง และ แฮร์รี่ เคน

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ตูนิเซีย (4-2-3-1) : มูเอซ ฮัสเซน – ดีแลน บรอนน์, ยาสซีน เมเรียห์, เซียม เบน ยุสเซฟ, อาลี มาลูล – เอลเลียส สคิรี่, เฟอร์จานี่ ซาสซี่ – อานีซ บาดรี้, ซาอิฟ-เอ็ดดีน คาอุย, นาอิม สลิติ – ฟาเคร็ดดีน เบน ยุสเซฟ

อังกฤษ (3-4-1-2) : จอร์แดน พิคฟอร์ด – ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, แกรี่ เคฮิลล์ – คีแรน ทริปเปียร์, เอริก ดายเออร์, เดเล่ อัลลี่, แอชลี่ย์ ยัง – เจสซี่ ลินการ์ด – ราฮีม สเตอร์ลิง, แฮร์รี่ เคน

ผู้ตัดสิน : วิลมาร์ โรลดาน (โคลอมเบีย)

ความน่าจะเป็นของเกม

สิงโตคำราม ทีมขวัญใจมหาชน ในยุคของ แกเร็ธ เซาธ์เกต สร้างผลงานดีต่อเนื่อง และเป็นต่อมากตามเชิง โดยมี แฮร์รี่ เคน กัปตันทีมเป็นความหวังในแดนหน้า ส่วนตูนิเซียฟอร์มช่วงอุ่นเครื่องถือว่าแกร่งใช้ได้ แต่ต้องเน้นหมากรัดกุมเอาไว้ก่อน เกมนี้คงเป็นเกมที่อึดอัดทั้งคู่ แต่ท้ายที่สุดเชื่อว่าสิงโตคำรามจะเบียดเอาชนะไปได้

ผลการแข่งขันที่คาด : อังกฤษ ชนะ 1 – 0