ตราไก่หืดจับ โกลไลน์ช่วยชีวิตเชือดออสซี่ ประเดิมสามแต้มแรก

“พอล ป็อกบา” สวมบทฮีโร่พังประตูชัยในช่วงท้ายเกมพร้อมได้เทคโนโลยี โกลไลน์ช่วยให้ขุนพลตราไก่ไล่เบียดเอาชนะ ออสเตรเลีย ไปแบบหวุดหวิด 2-1 ประเดิมเก็บสามแต้มในศึกฟุตบอลโลกได้สำเร็จแบบหืดจับ

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ประจำวันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน 2561 โดยในกลุ่ม ซี ที่สนามคาซาน อารีนา เป็นการปะทะกันระหว่างขุนพล “ตราไก่” ทีมชาติฝรั่งเศส พบกับ “ซอคเกอร์รูส์” ทีมชาติออสเตรเลีย

เปิดฉากครึ่งแรกไปได้ 5 นาที ฝรั่งเศสที่มีโอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ อองตวน กรีซมันน์ อัดด้วยขวาจากนอกกรอบ แต่นายทวารออสเตรเลียยังรับเอาไว้ได้

นาที 16 ออสเตรเลียมีลุ้นเช่นกัน เมื่อ แมทธิว เลกกี้ ขึ้นโขกบอลไปแฉลบขาผู้เล่นฝรั่งเศสเกือบเปลี่ยนทางเข้าประตู แต่ ฮูโก ยอริส ยังพุ่งปัดเอาไว้ได้ทัน

จากนั้นแม้ขุนพลตราไก่จะเป็นฝ่ายครองบอลบุกได้มากกว่า แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่มีโอกาสเจาะตาข่ายแบบจะแจ้ง ทำให้เสมอกันอยู่ในครึ่งแรก 0-0

ครึ่งหลังในนาที 57 ฝรั่งเศสก็มาได้จุดโทษ หลังผู้ตัดสินดูภาพช้าจาก VAR ในจังหวะที่ อองตวน กรีซมันน์ โดนรวบล้มในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ กรีซมันน์ จะลุกขึ้นมาสังหารไม่พลาด ช่วยให้ทีมตราไก่ขึ้นนำ 1-0

แต่ถัดมาอีกแค่ 4 นาที ออสเตรเลียก็มาได้จุดโทษเช่นกัน เมื่อ ซามูเอล อุมติตี ทำแฮนด์บอลในเขตโทษ และเป็น ไมล์ เยดินัค รับอาสาตะบันตุงตาข่าย ทัพนักเตะจากแดนจิงโจ้ตีเสมอ 1-1

กระทั่งนาที 81 ทีมตราไก่ก็มาได้ประตูชัยเป็น 2-1 เมื่อ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ทำชิ่งสั้นให้กับ พอล ป็อกบา ดีดด้วยขวาข้ามหัวนายทวารออสเตรเลียเช็ดคานบนเข้าไป

จบเกม ฝรั่งเศส ไล่เบียดเอาชนะ ออสเตรเลีย ไปแบบสุดหืด 2-1 เก็บสามแต้มประเดิมศึกฟุตบอลโลก 2018 ได้สำเร็จ.

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม

ทีมชาติฝรั่งเศส : ฮูโก ยอริส(GK), แบ็งฌาแมง ปาวาร์ด, ราฟาเอล วาราน, ซามูเอล อุมติตี, พอล ป็อกบา, อองตวน กรีซมันน์, คีเลียน เอ็มบัปเป, อุสมาน เดมเบเล, โกร็องแตง โตริสโซ, เอ็นโกโล ก็องเต, ลูคัส เอร์นันเดซ

ทีมชาติออสเตรเลีย: แมตต์ ไรอัน(GK), มาร์ค มิลิแกน, แมตต์ เลกกี้, ร็อบบี ครูส, แอนดรูว์ นับบูต์, อารอน มอย, ไมล์ เยดินัค, อาซิช เบฮิช, โจชัว ริสดอน, เทรนต์ เซนต์สบิวรี, ทอม โรกิช

เมสซี ยืดอกรับซัดโทษพลาดลั่นขอพาฟ้าขาวอัดโครแอตแก้ตัว

ลิโอเนล เมสซี กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่า รับไม่มีคำแก้ตัวใดๆหลังยิงจุดโทษสำคัญพลาด จนทำให้ชาติบ้านเกิดได้เพียงแค่เสมอ ไอซ์แลนด์ 1-1 นัดแรกศึก ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ก่อนวางเป้าแก้ตัวด้วยการนำทีมเอาชนะ โครเอเชีย นัดต่อไป

เกมนัดแรกของกลุ่ม D พลพรรค “ฟ้า-ขาว” เปิดหัวปะทะ ไอซ์แลนด์ น้องใหม่ที่มาเล่น ฟุตบอลโลก เป็นครั้งแรก โดยครึ่งหลัง เมสซี กัปตันทีมมีโอกาสสังหารจุดโทษให้ทีมได้ 3 แต้ม แต่สุดท้ายกลับยิงไปติดเซฟ ฮานส์ ฮัลดอร์สัน สุดท้ายจบเกมเสมอแบ่งแต้ม

ความผิดหวังจากแฟนบอล ถาโถมเข้าใส่ดาวยิง บาร์เซโลน่า เข้าอย่างจัง ชนิดที่เจ้าตัวก็ก้มหน้ารับความผิดพลาดทั้งที่มีโอกาสยิงในกรอบถึง 11 ครั้ง แต่ก็ไม่สามารถเอาชื่อตัวเองขึ้นบนสกอร์บอร์ดได้

แข้งหมายเลข 10 กล่าวว่า “มันอยากสำหรับเรา ไม่ง่ายเลยที่จะสู้เมื่อพวกเขากลับลงมาเร็วมาก และการพลาดจุดโทษคือสิ่งที่เจ็บปวด รู้สึกว่าผมต้องรับผิดชอบ เราสมควรเป็นผู้ชนะ แต่เราก็ต้องควบคุมตัวเองไม่ให้เศร้าเสียใจ”

ส่วนเกมหน้าที่จะพบ โครเอเชีย ที่กำชัยนัดแรกแล้วขึ้นไปเป็นจ่าฝูงแล้ว ดาวเตะวัย 30 ปี ก็มุ่งมั่นจะแก้ตัว “มันแค่เพิ่งเริ่มต้นและเรารู้ดีว่ามันไม่ง่าย แต่เราก็พัฒนาขึ้นมาเยอะแล้ว และเราก็จะบุกไปเอาชนะ โครเอเชีย”

นย์มาร์ โวยเปาเป่าเข้าข้างนาฬิกาทั้งลูกตีเจ๊าและตนโดนเตะน่วม

เนย์มาร์ ดาวยิงเด็กแนวของ บราซิล ชี้ สวิตเซอร์แลนด์ ไม่สมควรได้ประตูตีเสมอ 1-1 ในเกมนัดแรกของกลุ่ม ฟุตบอลโลก 2018 หลังมองว่ามีการฟาล์วเกิดขึ้นก่อนแต่กรรมการนิ่งเฉย พร้อมโวยไม่ช่วยปกป้องทั้งที่โดนอีกฝ่ายหวดกลิ้งเป็นลูกขนุนตลอดเกม

เกมที่ รอสตอฟ อารีนา ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ยิงประตูให้ บราซิล ออกนำในช่วงครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังพลพรรคแข้งสวิส ก็ตีเสมอได้จากการโหม่งของ สตีเวน ซูเบอร์ ซึ่งกลายเป็นข้อถกเถียงกันเพราะภาพช้าเห็นว่าเจ้าตัวผลัก มิรานด้า กองหลังคู่แข่งให้พ้นทางก่อนโขกโล่งๆ

ทีมงานของ บราซิล เข้าไปประท้วง เซซาร์ รามอส ผู้ตัดสินว่าเป็นการฟาล์วแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ขณะที่ เนย์มาร์ ก็มองว่า สวิตเซอร์แลนด์ ไม่สมควรได้ประตูนี้ “ผมมองว่าเป็นลูกฟาล์ว หากไปดูภาพย้อนหลังเราจะเห็นแต่มันไม่ใช่สิ่งที่ผมควรพูด เรามีมืออาชีพดูแลอยู่ 4 คน นั่นมันหน้าที่พวกเขา”

“เราไม่สมควรจบเกมด้วยผลเสมอ แต่เรายังสามารถพัฒนาตัวเองได้ เรายังเล่นได้ดีกว่านี้ แต่กับสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามบ่งบอกแล้วว่ามันไม่ง่ายเลย”

เกมนี้ เนย์มาร์ โดนทำฟาล์วหนักถึง 10 ครั้ง นับเป็นสถิติที่สูงเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ เวิลด์ คัพ โดยคนที่โดนทำฟาล์วมากที่สุดคือ อลัน เชียร์เรอร์ ตำนานหอกชาวอังกฤษที่เคยโดนทำฟาล์วสูงถึง 10 ครั้ง เมื่อปี 1998 อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวก็อยากให้ผู้ตัดสินช่วยปกป้องนักเตะมากกว่านี้

“ผมถูกเล่นงานและได้รับบาดเจ็บ แต่มันไม่มีอะไรน่าห่วง หลังจากร่างกายคุณฟื้นตัว มันอาจจะยังเจ็บอยู่นิดหน่อยทว่าก็โอเคแล้ว” ดาวเตะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ระบุ